24. If this is a true calling…?! (TH)

วันนี้นั่งปล่อยความคิด…

เรารู้ว่าช่วงนี้เราคิดถึงหลายเรื่องมากปนเปกันเยอะแยะ แต่ที่ชัดเจนที่สุดคือ …

เราคิดถึงอนาคต (ที่อยากให้เกิดขึ้นเร็ววัน) คือ กลับไปใช้ชีวิต ทำงาน พัฒนาประเทศบ้านเกิด ประเทศไทย

สัปดาห์ที่ผ่านมา เราคิดถึงคนที่บ้านบ่อยมาก ๆ

ครอบครัว พ่อ แม่ ยาย พี่ชาย …

และคิดว่า อยากจะกลับไปตอนนี้เลย

ความคิดแรกคือ “หรือเราจะกลับไปทำงานที่นาโนเทค แล้ว take off จากตรงนั้น”

แต่พอคิดอีกที เราคิดว่าถ้าจะกลับไปนาโนเทค หรือทำงานที่ศูนย์วิจัยแห่งชาติ อยากกลับไปทำในฐานะนักวิจัยเต็มตัว

เราอยากเรียนให้ได้ ป.เอก ก่อนที่จะกลับไปเป็นนักวิจัย นั่นคือ ต้องถางทางด้วยตัวเอง หาตำแหน่งนักเรียนเอง ไม่มี Back สนับสนุนจากหน่วยงานใด สิ่งที่เรามีอย่างเดียวคือการศึกษาและประสบการณ์การทำงานด้านวิทยาศาสตร์…

ส่วนตัวเราก็เชื่อว่ามันเป็นไปได้ แต่อาจจะใช้เวลาหน่อย

เมื่อวาน เราได้รับอีเมล์แจ้งผลว่าไม่ผ่านการคัดเลือกจากโปรแกรม cim-imprs และเขาแจ้งมาด้วยว่ามีคนสมัครทุนทั้งหมด 600 คน

เขาคัดเพื่อสัมภาษณ์รอบแรกได้แค่ 60 คนเท่านั้น อีก 540 ก็เจอประสบการณ์แบบเรา คือได้รับอีเมล์อย่างเดียวกัน

ประเด็นที่เล่านี้คือ คนต้องการเรียน ป.เอก สาขานี้เยอะขนาดนี้เลยหรือนี่?? การแข่งขันสูงมาก…

นี่คือโลกของทางฝั่งตะวันตก คนเรียนระดับสูงเยอะและยังต้องการไต่ขึ้นไปอีก …

เราเลยกลับมาคิดว่า ถ้าคนเรียนเยอะขนาดนี้ มันมีความหมายอะไรมากกว่านี้ไหม …

ถ้าเราจะต้องแข่งขันอะไรแบบนี้ ผลสุดท้ายมันคุ้มค่าแค่ไหน เราหมายถึงว่า จบ เอก มา แล้วทำประโยชน์อะไรได้บ้าง …

แน่นอนสำหรับเรา คิดว่ากลับไปพัฒนาประเทศ มันช่วยได้เยอะอยู่แล้ว เพราะก็ทราบว่าประเทศเรายังต้องการการพัฒนาอีกเยอะ และไปได้อีกไกล แต่เราคิดว่าคนที่นี่คิดอะไรกันอยู่ …

เราก็คิดอีกตลบว่า …

เราก็ไม่ได้อยากเป็นนักวิจัยอย่างเดียวไปจนตาย คือมันช่วยคนไทยได้เยอะในแง่พัฒนารากฐานงานวิทยาศาสตร์และช่วยนักลงทุนรายย่อย …

แต่เราอยากได้มากกว่านั้น … อีกอย่าง ตอนนี้ดูเหมือนว่าเป้าหมายหลักของเราเริ่มเปลี่ยนไป (หันเหจากทางเดิมค่อนข้างมาก)

ก็คิด เราคิดว่า จะทำยังไง ให้เราได้อยู่ใกล้ครอบครัว ใช้เวลากับครอบครัวมากที่สุดและได้ช่วยประเทศด้วย ทำงานที่พัฒนาชุมชนไปด้วย

เราก็มาคิดว่าอยากทำงานใช้เวลากับครอบครัว เพราะตอนนี้พ่อกับแม่เราเกษียณจากงานราชการแล้วทั้งคู่ แต่เรารู้ว่าเขามีประสบการณ์มากมายที่ยังถ่ายทอดให้คนรุ่นหลังได้อีกเยอะแยะ

และครอบครัวเรามาทางด้านการศึกษาทั้งหมด…

อยู่ ๆ ก็คิดว่าอยากเปิดโรงเรียน หรือศูนย์การศึกษา โดยใช้ที่บ้านนาเราเป็นศูนย์เรียนรู้แบบปฏิบัติจริง

เราอยากเน้นการศึกษาที่ให้นักเรียนโตมาแบบพึ่งพาตัวเองได้ และเน้นเรื่องปรัชญาชีวิต มากกว่าการศึกษาแบบ formal ที่มีอยู่ในปัจจุบัน

แล้วเราอยากให้พ่อเป็นที่ปรึกษาและอยู่ในบอร์ดบริหาร เพราะนั่นเป็นสิ่งที่แกทำงานทั้งชีวิตราชการ

แม่ก็รับหน้าที่เป็นครูภาคปฏิบัติ เรื่องการเกษตรแบบพอเพียง พ่อยังสอนเรื่องปรัชญาได้ด้วย …

พี่เราอาจจะสอนทางไกลแบบใช้อินเตอร์เน็ต สอนเกี่ยวกับการใช้สมุนไพรเป็นยา และวิทยาศาสตร์ทางยา เพราะแกเป็นเภสัช

ส่วนเราก็สอนเรื่องวิทยาศาสตร์ทั่วไปได้ …

เรายังคิดอีกว่าเรามีเพื่อนที่เรียนสายวิทยาศาสตร์หลายคน สามารถเชิญมาสอนเป็นอาจารย์พิเศษได้ … มีทางไปมากมายเลยทีเดียว…

พอคิดได้แบบนี้ ฝันเราเริ่มใหญ่…

เราจะรับหน้าที่เป็นคน run โรงเรียนนี้เอง …

แต่… เราไม่เคยเปิดโรงเรียนหรือศูนย์การศึกษาหรือธุรกิจเลยสักครั้ง …

ความคิด และคำถามหลักวันนี้ที่เรานั่งคิดมาเป็นชั่วโมง (ก่อนที่จะบันทึกความคิดนี้) ก็คือ เปิดโรงเรียนหรือศูนย์การศึกษา เริ่มตรงไหน

เราค้นอินเตอร์เน็ตในภาษาไทย หาข้อมูลเรื่องการเปิดโรงเรียนไม่ได้เลย …

เราค้นภาษาอังกฤษก็พอมีข้อมูลอยู่บ้าง …

ที่รู้อย่างแรกเลยคือต้องมี Business plan เพื่อเปิดโรงเรียนแบบเต็มรูปแบบ … ที่นี่เรามาคิดว่า นั่นมันเป็นสิ่งที่เราต้องการจริง ๆ ไหม …

หรือเราจะทำเป็นโรงเรียนออนไลน์ …

พอคิดไปเรื่อย ๆ เราก็รู้สึกว่าความคิดเปิดโรงเรียนนี้มัน drive เรามาก เพราะเรามี resource ที่สำคัญนั่นคือบุคคล คนที่มีความรู้ความสามารถและประสบการณ์อย่างแท้จริง

สิ่งที่ขาดคือเงินทุน แต่เราก็คิดว่าเราหาได้ จากพวก crowdfunding แต่เรายังต้องเรียนรู้ก่อนว่า เราจะทำแผนเปิดโรงเรียนอย่างไร

บอกตรง ๆ ว่าความคิดนี่มันตื่นเต้น มันกระตุ้นความอยากรู้เรามากกว่าการเรียน ป.เอก ด้วยซ้ำ …

เราอยากสร้างสิ่งนี้ให้เกิดขึ้นจริง ๆ …

ทำยังไง ๆๆๆๆๆ นี่คือคำถามตอนนี้ ….

คำถามต่อมาคือ เราจะปรึกษาพ่อกับแม่ก่อนเริ่มไหม

แต่เราชัวร์ว่า ถ้าเรามีแผนไปเสนอ สองคนนี้ต้องรับทำแน่นอน …

So ดังนั้นสิ่งที่เราต้องคิดคือ แผน (เรียกภาษาทางการน่าจะเป็น proposal ) นะ

… เราจะใช้เวลาช่วงนี้คิดแผนให้รอบคอบก่อนไปเสนอ …

เพราะเรารู้ว่ามันใหญ่ ใหญ่จนคนอื่นจะคิดว่ามันยากและทำไม่ได้ ต้องนู่นนี่นั่นเยอะแยะ และกลัว

แต่เรารู้ว่ามันได้ ถ้าเราทำมัน

ปัญหาแรกคือแผนที่ convince คนในครอบครัวว่าทำได้แน่นอน…

นอกจากนี้เรายังคิดชื่อแรกที่เราอยากปรึกษาคือ คุณหนูดี เพราะทราบว่าเขาทำโรงเรียนและบริหารโรงเรียน …

อยากน้อยเราก็มีคนที่จะ contact ได้แล้ว เราว่าตอนนี้ที่เราต้องการ คือ แผน

โอเค … ขอเวลาไปศึกษาก่อน ได้ผลยังไงแล้วจะมาบอก …

แล้วเจอกัน …


คิดใหญ่ และเริ่มจากจุดเล็ก ๆ

Think Big Start Small